ศบค. พบคลัสเตอร์ใหม่ 7 แห่ง 5 จังหวัด “กทม.” เฝ้าระวัง Cluster 112 แห่ง

นายแพทย์ทวีศิลป์-โฆษกศบค.

ศบค.พบคลัสเตอร์ใหม่อีก 7 แห่ง ใน 5 จังหวัด มีทั้งโรงงานเสื้อผ้า เครื่องปรับอากาศ  ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ โรงหมู บริษัทรับเหมา แคมป์ก่อสร้าง โรงแยกขยะ เผยกทม.มีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด 97 แห่ง เฝ้าระวัง  112 แห่ง และมีหลายคลัสเตอร์ดีขึ้นที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่

วันที่ 28 มิถุนายน 2564 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อประจำวันว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 5,406 ราย ตัวเลขจากเรือนจำวันนี้เหลือแค่หลักเดียว 9 ราย ทำให้ผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่  220,990 ราย หายป่วยแล้ว 174,845 ราย เสียชีวิตสะสม 1,840 ราย

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 249,853 ราย หายป่วยแล้ว 202,271 ราย เสียชีวิตสะสม 1,934 ราย

ผู้ป่วยอาการหนักเพิ่ม ใส่ท่อช่วยหายใจ 510 ราย

วันนี้ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 45,648 ราย อาการหนัก 1,806 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 510 ราย ซึ่งวันนี้ที่ประชุมมีการพูดคุยกันว่าทำอย่างไรจะให้ตัวเลขผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลลดลง เพราะผู้ป่วยอาการหนักมีแนวโน้มสูงขึ้น

“วันนี้เป็นอีกวันที่เราต้องเผชิญกับความยากลำบาก ที่ต้องอยู่กับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว และว่า

สำหรับยอดการฉีดวัคซีน ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 27 มิถุนายน 2564 มีผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด จำนวน 9,147,512 โดส

กทม.ยอดเสียชีวิตยังมากสุด

ส่วนผู้เสียชีวิต ยังอยู่ที่กรุงเทพมหานคร คือ 10 ราย สมุทรปราการ 3 ราย และ นครราชสีมา เพชรบุรี นครศรีธรรมราช ระยอง ปทุมธานี ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ สงขลา สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย สำหรับค่ากลางผู้เสียชีวิตวันนี้อยู่ที่ 59.5 ปี (31-91ปี)

โดยปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตยังมาจากโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง  โรคปอด โรคหัวใจ และปัจจัยเสี่ยงจากการติดเชื้อยังมาจากคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือเดินทางไปในสถานที่ระบาด

สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันนี้ อันดับหนึ่งยังเป็น กทม. จำนวน 1,678 ราย รองลงมาเป็นจ.ตากที่ติดเชื้อจากโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป จำนวน 453 ราย สมุทรปราการ 395 ราย ชลบุรี 390 ราย สมุทรสาคร 295 ราย สงขลา 275 ราย นนทบุรี 222 ราย นครปฐม 197 รย ปัตตานี 178 ราย และสระบุรี 157ราย (ตามตาราง)

กทม.เฝ้าระวังคลัสเตอร์ 112 แห่ง ตจว.เจออีก 7 แห่ง

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับคลัสเตอร์ในกทม. ที่ต้องเฝ้าระวังมีจำนวน 112 แห่ง โดยมีกลุ่มเฝ้าระวังสูงสุดอยู่จำนวน 97 แห่ง และคลัสเตอร์ที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ใน 14 วัน 15 แห่ง

ส่วนที่ดีขึ้นคือคลัสเตอร์ที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ตั้งแต่ 28 วันขึ้นไป มีจำนวน 19 แห่ง เช่นบริษัทรถทัวร์ โรงงานน้ำแข็งในเขตจตุจักร บริษัทประกันย่านลาดปลาเค้า แคมป์ก่อสร้างที่หลักสี่ ชุมชนวัดโสมนัส บริษัทสินเชื่อที่ราชเทวี ชุมชนบ่อนไก่ บริษัทขายตรงตึกเอมไพร์ เป็นต้น

สำหรับ “คลัสเตอร์ใหม่” ในต่างจังหวัดที่พบวันนี้ มีจำนวน 7 คลัสเตอร์ 5 จังหวัด ได้แก่

  • ตาก อ.แม่สอด เป็นโรงงานเสื้อผ้า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 447 ราย
  • สมุทรปราการ อ.เมืองสมุทรปราการ โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศ พบผู้ติดเชื้อ 13 ราย
  • นครปฐม อ.เมืองนครปฐม เป็นโรงหมู ต.บางแค พบผู้ติดเชื้อ 38 ราย ต่อเนื่องมาจากโรงหมูเดิม
  • สระบุรี อ.หนองแค เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ พบผู้ติดเชื้อ 127 ราย
  • ระยอง พบคลัสเตอร์ใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ 1.แคมป์ก่อสร้าง อ.เมืองระยอง พบผู้ติดเชื้อ 35 ราย 2.บริษัทรับเหมาก่อสร้าง พบผู้ติดเชื้อ 13 ราย และ 3. อ.ปลวกแดง เป็นโรงแยกขยะ พบผู้ติดเชื้อ 15 ราย

“นอกจากนี้ยังมีคลัสเตอร์เดิม เช่น แคมป์ก่อสร้างที่ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 389 ราย สงขลา โรงงานอาหารทะเลกระป๋อง พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 485 ราย นนทบุรี ที่อ.ไทรน้อย บริษัทผลิตเทียน ยอดสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 69ราย นครปฐม อ.สามพราน โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 84 ราย

หรือคลัสเตอร์ยะลา (มัรกัส) 12 จังหวัดภาคใต้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 68 ราย รวมยอดสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 643 รายแล้ว รวมถึงที่ จ.ระนอง แพปลา ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 1,110 ราย จ.ประจวบคีรีขันธ์ โรงงานสัปปะรด จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 679 ราย เป็นต้น

“สถานการณ์ของโลกแนวโน้มคงที่ เพิ่มขึ้นบางประเทศ ของไทยเราเป็นการกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล และภาคใต้บางส่วน วันนี้ไปกระจุกตัวอยู่ที่จ.ตาก และในส่วนโรงงาน สถานประกอบการ แคมป์ก่อสร้างก็ยังเป็นเป้าหมาย เป็นพื้นที่การระบาดอยู่” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว

เร่งเยียวยา 6.9 แสนคน

ต่อข้อสอบถามที่ว่า ข้อกำหนดฉบับที่ 25 ของศบค. ที่คุมเข้มโครงการและแคมป์ก่อสร้างในกรุงเทพมหานครนั้น รวมถึงงานการตกแต่งภายในห้างสรรพสินค้าหรืออาคารบ้านเรือนด้วยหรือไม่ แล้วกลุ่มเหล่านี้จะต้องหยุดการก่อสร้างด้วยหรือไม่

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวชี้แจงว่า ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายคงไม่สามารถแจกแจงได้ว่าคนกลุ่มไหนเป็นกลุ่มไหน เพราะถ้าเป็นแรงงานล้วนแต่มีความเสี่ยง อาจจะทำงานที่หนึ่งแล้วไปพักอีกที่หนึ่ง และถ้ายังมีการทำงานอยู่ก็จะมีการเคลื่อนย้ายกันอยู่เรื่อยๆ อาจจะเป็นแหล่งแพร่กระจายโรคได้ ทางคณะกรรมการที่ปรึกษาศบค. ยังเน้นว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด มีการไปมาหาสู่กัน ดังนั้นตรงนี้จึงสื่อความหมายว่าเป็นทุกส่วนที่เป็นแรงงาน ไม่ว่าจะมีสัญชาติไทยหรือต่างด้าว ขอให้หยุดพักกันเป็นเวลา 30 วันตามข้อกำหนดที่ออกมา

ส่วนข้อสอบถามที่ว่า ตัวเลขการฉีดวัคซีน 2-3 วันที่ผ่านมา ค่อนข้างน้อย จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวตอบว่า วัคซีนไม่ได้มาล็อตใหญ่ๆ แต่ทยอยมา บางครั้งมามาก บางที่ศักยภาพฉีดหมดใน 1 วัน บางที่ก็กระจายการฉีดออกไปให้ลดหลั่น แต่ล็อตล่าสุดวันที่ 25-26 มิ.ย.ที่มา ท่านที่มีนัดก็จะได้รับการเรียกตัวไปฉีดวัคซีน ขอให้ไปรับวัคซีนตามนัดหมาย

สำหรับผลกระทบจาการประกาศใช้ข้อกำหนดที่เกิดขึ้น นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่า จะมีการเยียวยา ที่มีการพูดคุยกัน คือผู้ประกอบการที่ต้องปิดกิจการใน 6 จังหวัด จำนวน 697,315 คน ตามที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลัง โดยที่อยู่ในระบบประกันสังคมจะได้รับการเยียวยาทันที เพราะลงทะเบียนไว้แล้ว เช่น ได้ 50% ของรายได้ อยู่ในแคมป์ก็ให้ 50% จ้างอยู่เฉยๆ ตรงนั้น สุงสุดไม่เกิน 7,500 บาท ถ้าเป็นประกันสังคมมีคนไทยสัญชาติไทยรัฐบาลเพิ่มให้อีก 2,000บาท


ถ้าไม่อยู่ในประกันสังคมให้ไปลงทะเบียนภายใน 1 เดือนก็จะได้ ถ้าไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่มีลูกจ้าง หาบเร่แผงลอย ให้ไปขึ้นทะเบียนแอปพลิเคชันถุงเงินผ่านโครงการคนละครึ่งก็จะได้ด้วย ซึ่งยังมีรายละเอียดอีกมาก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง